รีวิว The Babysitter: Killer Queen เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ

ภาคต่อของหนังเมาๆ แต่สนุกดุเด็ดเผ็ดมันส์ในแบบที่ไม่ต้องคาดหวังตรรกะและความเป็นจริงใดๆ เอาเป็นว่าดูเอาความบันเทิงก็จัดได้ว่าเพลิดเพลินใจได้ไม่หยอก

หลังจากที่หนุ่มน้อยอย่างโคล (จูดาห์ เลวิส) รอดชีวิตมาจากเหตุการณ์ที่พี่เลี้ยงสุดแซ่บจะจับเขามาบูชายันต์ แต่กลายเป็นว่าพ่อแม่และคนรอบตัวของเขาไม่มีใครเชื่อโคลสักคนเดียว เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเขาจึงถูกสายตาจากเพื่อนและคนรอบข้างรุมประณามว่าโคลเป็นเด็กเลี้ยงแกะและกลายเป็นเด็กมีปัญหา ชีวิตในไฮสคูลที่วุ่นวายอยู่แล้วยิ่งวุ่นวายกว่าเดิม แต่โชคยังดีที่เขายังมีเพื่อนสาวคนสนิทอย่างเมลานี (เอมิลี่ เอลินด์ ลิน) ที่คอยอยู่เคียงข้างให้คำปรึกษา

ฟีบี้ (เจนนา ออร์เทก้า) คือนักเรียนหญิงคนใหม่ที่เพิ่งจะย้ายโรงเรียนมา แต่ด้วยคาแรกเตอร์แปลกๆพร้อมกับรอยสักลายแมวดำ ทำให้โคลรู้สึกแปลกๆกับเธอ อย่างไรก็ตามในเย็นวันนั้นเองเมลานีตัดสินใจชวนโคลไปเที่ยวงานปาร์ตี้ที่ทะเลสาบด้วยการขโมยรถของพ่อตัวเองไปร่วมงาน พร้อมกับเหล่าผองเพื่อนพวกเขาลงเรือท่องเที่ยวเพื่อไปเอนจอยปาร์ตี้กันแบบสุดเหวี่ยง แต่ไม่นานนักโคลก็พบว่าเมลานีเป็นหนึ่งในสมาชิกในลัทธิซาตานและลงมือเชือดคอเพื่อนของตัวเองเพื่อเอามาบูชายันต์ (อีกครั้ง)

หนักหน่วงกว่านั้นคือบรรดาแก๊งพี่เลี้ยงเด็กจากภาคแรกกลับมาคืนชีพแบบครบครัน แผนการไล่ฆ่าโคลจึงเริ่มต้นอีกครั้ง ระหว่างทางของเรื่องหนังนำเสนอฉากไล่ล่าในแบบฉบับ The Babysitter ในแบบเดิมทุกกระเบียดนิ้วคือเน้นความละเลงเลือด โหด และน่าขยะแขยง แต่เหนืออื่นใดคือเราแทบจะไม่ต้องรู้สึกลุ้นว่าตัวเอกจะรอดชีวิตหรือไม่ เพราะเมื่อดูวิธีการไล่ล่าแล้วก็พอจะคาดเดาได้ว่าตัวละครไหนจะตายก่อนตายหลัง สิ่งที่เราสนุกไปกับหนังได้คือการดูเหล่าตัวละครเหล่านี้พ่นคำด่าใส่กัน หรือฟังบทสนทนาที่คนดูเองก็ได้แต่เกาหัวว่าพวกเขากำลังสื่อสารอะไรกัน

อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าเคมีพระนางระหว่างโคลกับฟีบี้ ดูเหมือนจะลงตัวกันอย่างน่าประหลาดเมื่อหนังเริ่มเผยความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองให้คนดูได้ซึมซับเรื่องราวของพวกเขา อีกทั้งหนังเผยให้เห็นว่าตัวละครทั้งสองนั้นมีความเกี่ยวพันกันในแบบ “พรหมลิขิต” กันมาเนิ่นนานแล้ว ยิ่งทำให้เรื่องราวของพวกเขานั้นโรแมนติกและมีอะไรมากกว่าที่คิด

ท้ายที่สุดหนังยังอุบเซอร์ไพรส์บางอย่างเอาไว้ในช่วงไคลแมกซ์ รวมไปถึงช่วงเอนเครดิตท้ายเรื่องให้คนดูได้เฮกันอีกรอบ แม้จะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่นักแต่ถ้าต้องการดู The Babysitter: Killer Queen เอาบันเทิงแบบสติแตก คุณจะไม่ผิดหวังแต่อย่างใด